แม็คโทมิเนย์ จากส่วนเกินแมนยู สู่ผู้เข้าชิงบัลลงดอร์ เส้นทางที่น่าทึ่งจากนาโปลี

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ อดีตกองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นหนึ่งใน 30 ผู้เข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์ปีล่าสุด หลังสร้างผลงานสุดมหัศจรรย์กับนาโปลีในฤดูกาลที่ผ่านมา
มิดฟิลด์ทีมชาติสกอตแลนด์วัย 28 ปี ย้ายจากแมนฯ ยูไนเต็ดไปร่วมทีมแชมป์อิตาลีด้วยค่าตัวเพียง 25.7 ล้านปอนด์เมื่อ 30 สิงหาคม ปีก่อน หลังจากเกมสุดท้ายในสีเสื้อปีศาจแดงคือการลงสำรองเกมแพ้ไบรท์ตัน
แต่จากนักเตะที่เคยถูกมองว่า “ขยันแต่ธรรมดา” ในอังกฤษ กลับกลายเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเซเรีย อา ยิง 12 ประตูจาก 34 นัด และเป็นฮีโร่ซัดประตูตีลังกาส่งท้ายฤดูกาลที่ช่วยให้นาโปลีคว้าแชมป์ลีก
คอนเต้เปลี่ยนแม็คโทมิเนย์จากตัวรับเป็นตัวรุก
หัวใจของความสำเร็จนี้มาจากการเปลี่ยนบทบาทโดยกุนซืออันโตนิโอ คอนเต้ จากมิดฟิลด์ตัวรับสู่ "ตัวบุกทะลวง" ซึ่งเข้ากับระบบของคอนเต้อย่างลงตัว โดยเฉพาะเมื่อมีลูกากูเป็นหน้าเป้า
ในระบบของนาโปลี แม็คโทมิเนย์กลายเป็นมิดฟิลด์ที่มีสถิติสัมผัสบอลในเขตโทษมากที่สุด และชนะการปะทะมากที่สุดในเซเรีย อา
นักข่าวอิตาลี วินเชนโซ เครเดนดิโน กล่าวว่า “แม็คโทมิเนย์เหมาะกับคอนเต้พอๆ กับที่คอนเต้เหมาะกับเขา เขาคือสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในทีมชุดนี้”
ชีวิตใหม่ในเนเปิลส์ เปลี่ยนตัวตนของแม็คโทมิเนย์
แม็คโทมิเนย์เติบโตมากับแมนฯ ยูไนเต็ดตั้งแต่อายุ 5 ปี แต่การย้ายมาอยู่ต่างประเทศช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านจิตใจให้เขา โดยเจ้าตัวเผยว่า "ผมเคยอยู่ใกล้บ้านเสมอ แต่ตอนนี้ต้องอยู่ห่างจากครอบครัว 1,500 ไมล์ ซึ่งเป็นการออกจากโซนปลอดภัยอย่างแท้จริง"
การมีเพื่อนร่วมชาติอย่าง บิลลี่ กิลมัวร์ ซึ่งย้ายมาพร้อมกันจากไบรท์ตัน ก็ช่วยให้เขาปรับตัวได้ง่ายขึ้นในชีวิตใหม่
ขวัญใจคนเนเปิลส์คนใหม่
แม็คโทมิเนย์กลายเป็นที่รักของแฟนบอลนาโปลีในทันที ไม่ใช่แค่เพราะฝีเท้า แต่ยังรวมถึงการแสดงความผูกพันกับสโมสร เช่น การจูบตราสโมสร การพูดคุยกับแฟนบอล และทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้
เขากลายเป็นภาพวาดบนกำแพงกลางเมือง ร้านอาหารในเอดินบะระติดธงชาติสกอตแลนด์พร้อมคำว่า “นาโปลี แม็คโทมิเนย์ พิซซ่า – ตามลำดับนี้” ขณะที่แฟนบางรายถึงขั้นสักชื่อเล่นของเขา “McFratm” (แปลว่า McBro) ลงบนขา
แม็คโทมิเนย์กล่าวทิ้งท้ายว่า “ทุกครั้งที่ผมลงสนาม ผมรู้ว่าคนเมืองนี้ใส่ใจแค่ไหน และนั่นคือแรงผลักดันให้ผมทุ่มเทอย่างเต็มที่ทุกเกม”

